พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
สำนักงานเทศบาลขุนพัดเพ็ง

นายกแถลงนโยบายต่อ
   สภาเทศบาลตำบล

เทศบัญญัติตำบล
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนการดำเนินงานประจำปี
การติดตามและประเมินผล
   การจัดบริการสาธารณะ

รายงานสรุปผลการดำเนิน
   การเรื่องร้องเรียน

รายงานการปฏิบัติงานอื่นๆ
รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี
รายงานประชุมสภาเทศบาล
โครงสร้างเทศบาล
   ตำบลขุนพัดเพ็ง

คณะผู้บริหาร/
   สมาชิกสภาเทศบาล

หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
กองสาธารณสุขฯ
กองสวัสดิการสังคม
กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัครสาธารณสุข
อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
สภาเด็กและเยาวชน
ชุมชนบ้านดอนเขว้าพัฒนา
ชุมชนบ่อปั้นพัฒนา
ชุมชนขุนพัดเพ็งพัฒนา
ชุมชนบ้านโป่งร่วมใจพัฒนา
ชุมชนบ้านโป่งขุนพัดเพ็งพัฒนา
ชุมชนร่วมใจพัฒนา
ชุมชนคลองตันสามัคคี
ชุมชนจันทร์กระจ่างฟ้าพัฒนา
ชุมชนอยู่ดีมีสุข
ชุมชนเจริญสุข
ชุมชนก้าวสร้างสรรค์พัฒนา
ชุมชนบ่อคู่ร่วมใจพัฒนา
สายตรงนายกเทศมนตรี
สายตรงปลัดเทศบาล
สายตรงกองคลัง
สายตรงกองช่าง
สายตรงกองการศึกษา
สายตรงกองการสาธารณสุขฯ
สายตรงกองสวัสดิการสังคม
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
พรบ./กฏระเบียบกระทรวง
ศูนย์การเรียนรู้/เอกสารเผยแพร่
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ผู้ดูแลระบบ
การประชุมภายใต้กรอบสมัชชารัฐสภาอาเซียน
อาเซียนไทยแลนด์2019
1111
กรมบัญชีกลาง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรมสรรพากร
กรมจัดหางาน
คลังข่าวมหาดไทย
กรมอุตุวิทยา
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
รัฐบาลไทย
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานข่าว ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
 
     
 
 

ประวัติความเป็นมาของเทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง
          ขุนพัดเพ็ง เป็นชาวกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางล่องเรือมาพร้อมกับบุตรสาวชื่อว่าโสม ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี เรื่อยมาทางทิศตะวันตก จนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีความอุดมสมบรูณ์ ด้านทิศตะวันตกเป็นป่า ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ขุนพัดเพ็งจนได้ลงหลักปักฐาน ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาขุนพัดเพ็งเห็นว่าควรที่จะขุดสระกักน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งและเลี้ยงเป็ด จึงได้ประกาศหาชายใดรับอาสามาขุดสระน้ำดังกล่าว จะยกบุตรสาวให้เป็นภรรยา แต่ต่อมาไม่มีผู้ใดอาสามาขุดสระ ขุนพัดเพ็งจึงลงมือขุดสระด้วยตนเอง และลูกสาวก็ไม่ได้แต่งงาน ต่อมาขุนพัดเพ็งก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกำนันคนแรกของตำบลสระยายโสม และด้วยบริเวณดังกล่าวดินมีลักษณะเป็นดินเหนียวอุ้มน้ำได้ดี สระแห่งนี้จึงสามารถกักเก็บน้ำได้ตลอดปี ต่อมาเมื่อชาวบ้านและคนที่สัญจรผ่านไปมา จึงได้อาศัยน้ำที่สระยายโสม จึงเรียกกันติดปากว่า สระยายโสม ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงเรียกกันว่าบ้านสระยายโสม
และเป็นตำบลสระยายโสมมาตราบจนปัจจุบัน

อบต.สระยายโสมสู่เทศบาลตำบล ขุนพัดเพ็ง
          ตำบลสระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข321 หลักกิโลเมตรที่ 118+020-122+500 มีลักษณะการปกครองท้องถิ่นเป็น 2 รูปแบบ คือ เทศบาลตำบลสระยายโสม มีพื้นที่ 1.96 ตารางกิโลเมตร ประชากร 3,006 คน และองค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสม มีพื้นที่ 32.52 ตารางกิโลเมตร ประชากร 5,506 คน ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสมจัดตั้งตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539 และเนื่องจากปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสมมีรายได้ไม่รวมเงินทุนอุดหนุน ณ วันที่ 30 กันยายน 2549จำนวน 9,751,775.09 อีกทั้งมีสภาพความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มมากขึ้น เห็นว่ามีคุณสมบัติตามมาตรา 7,9 และ 12 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546) จึงเห็นสมควร จัดตั้งเปลี่ยนแปลงฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสมเป็นเทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง โดยได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้าน/ตำบล และผ่านความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสม จนได้รับการประกาศจัดเป็น "เทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง" ตั้งแต่ในวันที่ 28 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไป

เหตุผลในการขอเปลี่ยนแปลงชื่อ
          สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะท้องถิ่นบางส่วนในตำบลสระยายโสม ขึ้นเป็นสุขาภิบาลสระยายโสม ตามราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2500 และยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลสระยายโสม เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 ดังนั้นการยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลสระยายโสม เป็น เทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง จึงเป็นการแก้ปัญหาการใช้ชื่อทับซ้อนกัน อีกทั้งการใช้ชื่อ "ขุนพัดเพ็ง" เป็นชื่อเทศบาลจุดประสงค์เพื่อ
      1. เป็นเกียรติประวัติแก่บุคคล ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ราษฎรและชุมชนในอดีตกาลมาคือขุนพัดเพ็งซึ่งเป็นกำนันคนแรกของตำบลสระยายโสม
      2. เพื่อมิให้ประชาชนเกิดความสับสน ในการมาติดต่อขอรับบริการจากเทศบาล เนื่องจากเทศบาลทั้งสองแห่ง อยู่ในตำบลเดียวกัน
      3. เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลัง ในการรำลึกถึงคุณงามความดีของบุคคล และพร้อมที่จะร่วมกันสร้างสรรค์คุณงามความดีให้เกิดแก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติสืบไป