หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
สำนักงานเทศบาลขุนพัดเพ็ง

นายกแถลงนโยบายต่อ
   สภาเทศบาลตำบล

เทศบัญญัติตำบล
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาเทศบาล 3 ปี
แผนการดำเนินงานประจำปี
การติดตามและประเมินผล
   การจัดบริการสาธารณะ

รายงานสรุปผลการดำเนิน
   การเรื่องร้องเรียน

รายงานการปฏิบัติงานอื่นๆ
รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี
รายงานประชุมสภาเทศบาล
โครงสร้างเทศบาล
   ตำบลขุนพัดเพ็ง

คณะผู้บริหาร/
   สมาชิกสภาเทศบาล

หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
กองสาธารณสุขฯ
กองสวัสดิการสังคม
กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัครสาธารณสุข
อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
สภาเด็กและเยาวชน
ชุมชนบ้านดอนเขว้าพัฒนา
ชุมชนบ่อปั้นพัฒนา
ชุมชนขุนพัดเพ็งพัฒนา
ชุมชนบ้านโป่งร่วมใจพัฒนา
ชุมชนบ้านโป่งขุนพัดเพ็งพัฒนา
ชุมชนร่วมใจพัฒนา
ชุมชนคลองตันสามัคคี
ชุมชนจันทร์กระจ่างฟ้าพัฒนา
ชุมชนอยู่ดีมีสุข
ชุมชนเจริญสุข
ชุมชนก้าวสร้างสรรค์พัฒนา
ชุมชนบ่อคู่ร่วมใจพัฒนา
สายตรงนายกเทศมนตรี
สายตรงปลัดเทศบาล
สายตรงกองคลัง
สายตรงกองช่าง
สายตรงกองการศึกษา
สายตรงกองการสาธารณสุขฯ
สายตรงกองสวัสดิการสังคม
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
พรบ./กฏระเบียบกระทรวง
ศูนย์การเรียนรู้/เอกสารเผยแพร่
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ผู้ดูแลระบบ
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
1111
กรมบัญชีกลาง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรมสรรพากร
กรมจัดหางาน
คลังข่าวมหาดไทย
กรมอุตุวิทยา
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
รัฐบาลไทย
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานข่าว ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
  เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ
 
     
 
 
  เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ

  • ระเบียบจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเกิน 60 ปีบริบริบูรณ์ เดือนละ 500 บาท
     
    เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง โดยการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุรายเดือนๆ ละ 500 บาท ตั้งแต่เมษายน พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่มีคุณค่า มีเกียรติภูมิ คงศักดิ์ความเป็นมนุษย์ มีวิถีชีวิตที่ไม่แปลกแยกจากชุมชน และอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข
         1. ผู้มีคุณสมบัติได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
        (1)  มีสัญชาติไทย
        (2)  มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492
        (3) ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ  ผู้รับเงินเบี้ยยังชีพตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย  หรือกรุงเทพมหานคร  ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดให้เป็นประจำ
     
         2. ให้ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามข้างต้นยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้ สูงอายุด้วยตนเองต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2552  จนถึงวันที่ 15  มีนาคม 2552 ในวัน เวลา และสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด พร้อมหลักฐาน ดังต่อไปนี้
        (1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายพร้อมสำเนา
        (2) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา  สำหรับในกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยัง  ชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคารในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ตามวรรค หนึ่ง ผู้สูงอายุอาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทน
         3. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานของผู้สูงอายุ ที่ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากข้อมูลทางทะเบียนราษฎรแล้วให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานที่อื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ กำหนด ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552  สำหรับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลให้จัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ให้   อำเภอและจังหวัดทราบตามลำดับ และให้จังหวัดรวบรวมส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทราบต่อไป
          4. การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามระเบียบนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 1 ครั้ง ในอัตราเดือนละ 500 บาท ดังนี้
          (1) จ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
          (2) จ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
          5.ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบนี้ มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป และให้สิทธิของบุคคลดังกล่าวสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
         (1) ถึงแก่กรรม
         (2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๕
         (3) แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่
    สอบถามเพิ่มเติม
     
    •ศูนย์ประชาบดี  โทร. 1300
    •ศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
    •ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โทร.1111 ตลอด 24 ชั่วโมง
    •สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โทร 0-2245-5166 ในวันและเวลาราชการ (เฉพาะกรุงเทพมหานคร)
     
    ครม. ได้อนุมัติปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากเดิมที่จ่าย ให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 500 บาท
    ต่อเดือน ในอัตราที่เท่ากันทั้งหมด เป็นผู้ที่มีอายุ

    •60 -69 ปี จ่าย 600 บาท
    •70-79 ปี จ่าย 700 บาท
    •80-89 ปี จ่าย 800 บาท
    •90 ปีขึ้นไปจ่าย 1,000 บาท
     
    ทั้งนี้การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 จะมีผู้สูงอายุได้รับประโยชน์รวม 6.5 ล้านคน รวมงบประมาณ 52,228 ล้านบาท เพิ่มจากวงเงินเดิม 16,219 ล้านบาท

  • รายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังผู้สูงอายุและผู้พิการ



    ความรู้เกี่ยวกับ ผู้สูงอายุและผู้พิการ